วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลาช่อน ( Common Snakehead )

ปลาช่อน ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีส่วนหัวค่อนข้างโต รูปร่างทรงกระบอกยาว ครีบหางเรียวปลายมน ปากกว้าง ภายในปากมีฟันเขี้ยวบนเพดาน ลำตัวสีคล้ำอมมะกอกหรือน้ำตาลอ่อน มีลายเส้นทแยงสีคล้ำตลอดทั้งลำตัว 6-7 เส้น ด้านท้องสีจางตัดกับด้านบน ครีบสีคล้ำมีขอบสีเหลืองอ่อน ครีบท้องจาง มีขนาดลำตัวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ใหญ่สุดได้ถึง 1 เมตร

โดยปลาช่อน ชนิดนี้มีความพิเศษไปกว่าปลาช่อนชนิดอื่น ๆ คือ สามารถแถกไถตัวคืบคลานไปบนบกเพื่อหาที่อยู่ใหม่ได้ รวมทั้งสามารถหลบอยู่ใต้ดินในฤดูฝนแล้งเพื่อรอฝนมาได้เป็นแรมเดือน โดยสะสมพลังงานและไขมันไว้ ที่เรียกว่า “ปลาช่อนจำศีล“ พบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั่วประเทศไทย พบไปจนถึงเอเชียใต้, พม่าและอินโดนีเซีย นิยมนำมาบริโภค ปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายทั้งสดและตากแห้ง เป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจที่สำคัญจนอาจเรียกได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอันดับ หนึ่งเลี้ยงได้ทั้งในบ่อและกระชังตามริมแม่น้ำ นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย โดยเฉพาะตัวที่สีกลายเป็นสีเผือกหรือปลาที่พิการตัวสั้นกว่าปกติ
ปลาช่อนในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดสิงห์บุรี ขึ้นชื่อมาก ที่เรียกว่า “ปลาช่อนแม่ลา” มีประเพณีพื้นถิ่นคือเทศกาลกินปลา
ปลาช่อน มีชื่อเรียกตามภาษาถิ่นในแต่ละภาคว่า “หลิม” ในภาษาเหนือ “ค้อ” หรือ “ก๊วน” ในภาษาอีสาน เป็นต้น
พฤติกรรม ลักษณะนิสัย :
โดยพื้นฐานนิสัยของปลาช่อน จะเป็นปลาที่รักสันโดด เป็นปลาล่าเหยื่อที่ขี้ตระหนกตกใจมาก ไม่ดุร้าย ซึ่งในฤดูผสมพันธุ์ และช่วงวางไข่ หรือมีลูกอ่อน (ปลาช่อนลูกครอก) จะดุร้ายบ้าง ซึ่งจะเป็นการขับไล่ศัตรูของลูกครอกเท่านั้น ปลาช่อนเป็นปลาที่มีความอดทนสูงมาก ในการล่าเหยื่อ สามารถอดทนรอจนเหยื่อตายใจ เพราะฉะนั้นสำหรับ การตกปลาช่อน ทุกท่านต้องใจเย็นเป็นพิเศษ
หมายตกปลาช่อน :
ปลาช่อน เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งพบได้ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลองขนาดเล็ก รวมไปถึงแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ และเขื่อนขนาดใหญ่ สำหรับท่านที่ต้องการตกปลาช่อน  สามารถตกได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วๆ ไป หรือ หมายตกปลาช่อน หลักๆ ดังนี้
  • เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบูรณ์
  • เขื่อนศรีนครินทร์หรือเขื่อนเจ้าเณร อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 
  • เขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์  จังหวัดกาญจนบุรี
  • อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
  • เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี
  • เขื่อนลำมูลบน อ.ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
  • เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
  • เขื่อนแม่งัด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
  • เขื่อนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
  • เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  • อื่นๆ ตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วทุกภาคของไทย
เทคนิคการตกปลาช่อน :
การตกปลาช่อน ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน จะมีวิธีการตกปลาช่อนมี วิธี หลักๆ ดังนี้
  1. การตกปลาช่อนใต้น้ำ ซึ่งเป็นวิธีการตีเหยื่อปลอมใต้น้ำ ซึ่งจะมีระดับความลึกแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเหยื่อปลอมนั้นๆ เทคนิคในการตีเหยื่อปลอมเพื่อตกปลาช่อนนั้น ต้องใจเย็นเป็นพิเศษ ไม่ควรตีเหยื่อยซ้ำจุดเดิมบ่อยครั้งจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ปลาชนิดนี้รำคาญและว่ายหนีไป สิ่งที่พึงคำนึง ต้องคำนึงถึง Action ของเหยื่อปลอมใต้น้ำ ซึ่งจะต้องทำให้ดูเหมือนปลาจริงๆ ที่แหวกว่ายอยู่ ไม่ช้าและเร็วจนเกินไป
  2. กาตกปลาช่อนผิวน้ำ โดยส่วนมากจะใช้เหยื่อปลอมที่เรียกว่า Popper ที่มีรูปร่างทั้งกบ ปลา และรูปร่างเป็นแมลงที่น่าสนใจ
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
  • คันเบ็ด ควรเป็นคันที่มีเวทที่ค่อนข้างกลาง-ใหญ่นะครับ โดยส่วนมากมักใช้เวทประมาณ20-40 LB และรอกควรเป็นรอกที่มีกำลังเบรคสูงๆ และ มีความลื่นค่อนข้างมาก เพื่อให้เราสามารถส่งเหยื่อออกไปให้ถึงจุดที่ปลาขึ้นจิบได้
  • สายที่ ใช้ ควรทนทานหน่อยนะครับ หากใช้สายเอ็น ก็ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพทนแรงดึงกระชากได้ดี หากเลือกเป็นสายPE ก็สามารถใส่ได้ถึง PE3-6 กันเรย  แต่หากเรามีชุดขนาดกลางๆอยู่แล้ว ก็สามารถช้งานได้นะครับ แต่เพียงคุณจัดชุด รอก คัน สาย ให้มีความแหมาะสมกัน ก็เพียงพอแล้วครับ หากปลาใหญ่เข้าฉวย ก็ไม่ต้องกลัวครับ ค่อยๆเล่นค่อยๆประคองไปครับ ใจเย็นๆเดี่ยวปลามันเหนื่อยมันก็ยอมเราเองแหล่ะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลากระสูบ (Hampala barb)


เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายปลาตะเพียน แต่ด้านข้างลำตัวมีแถบขวางบริเวณใต้ครีบหลังลงมาถึงท้อง ในปลาขนาดเล็กมีแถบ 2 แถบที่กลางลำตัวและโคนหาง และมีแถบใต้ตาด้วย ครีบมีสีคล้ำแดงเรื่อ ขอบบนและขอบล่างของครีบหางมีแถบสีคล้ำ มีขนาดใหญ่กว่าปลากระสูบจุดซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกัน คือ สามารถยาวได้ถึง 30 เซนติเมตร หรือ 70 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่เต็มที่ พบมากในแม่น้ำโขง และพบบ้างในแม่น้ำเจ้าพระยา ปลากระสูบเป็นปลากินเนื้อ จัดเป็นปลานักล่าชนิดหนึ่ง มักไล่จับปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาซิว ปลาวัยอ่อน รวมถึงแมลงน้ำต่าง ๆ ในแม่น้ำและหนองบึงต่างๆ เป็นที่นิยมของนักตกปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นโดยใช้เหยื่อปลอม บริโภคด้วยการปรุงสด หรือทำปลาร้า ปลาส้ม เป็นต้น และยังเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้อีกด้วย
เป็นปลาที่ว่องไว ปราดเปรียวและตื่นตกใจง่าย โดยทั่วไปมีนิสัยก้าวร้าวไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงรวมกับชนิดอื่นเพราะแม้แต่พวกเดียวกันเอง ถ้ามีขนาดแตกต่างกันหากนำมาเลี้ยงรวมกันจะกัดกันเอง สำหรับการสืบพันธุ์ไม่ปรากฏในรายงาน
สำหรับชนิดของปลากระสูบที่พบในประเทศมีด้วยกันดังต่อไปนี้ครับ
1. กระสูบขีด
2. กรสูบจุด
3. กระสูบพม่า

คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
  • คันเบ็ดและรอก ใช้ได้ทั้งชุดสปินนิ่งและเบทคาสติ้ง เลือกใช้ได้ตามความถนัด ซึ่งควรจะเป็นรอกและคันเบ็ดที่มีน้ำหนักเบา และกระทัดรัด สามารถตีเหยื่อในมุมแคบๆ ได้
  • สายเอ็น เลือกใช้ได้ตั้งแต่ 8 – 16 ปอนด์ก็เพียงพอ ลีดเดอร์ ใช้สายเอ็นไนลอนธรรมดาขนาดใหญ่กว่า สายเอ็น 1 – 2 เท่า หรือไม่ใช้ก็ได้ครับ
เหยื่อตกปลากระสูบ :
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้
  • เหยื่อปลอม การใช้เหยื่อปลอมในการตกปลากระสูบจะสามารถใช้ได้ทุกชนิด ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของหมายตกปลากระสูบครับ หากตกปลากระสูบน้ำไหล กระสูบจะโปรดปราเหยื่อผิวน้ำเป็นพิเศษ เช่น ป๊อบเปอร์ กบกระโดด เป็นต้น สำหรับตกปลากระสูบน้ำนิ่ง เช่นเขื่อน หรือแม่น้ำขนาดใหญ่ เหยื่อปลอมดำน้ำจะใช้ได้ดีกว่า
  • เหยื่อเป็น การใช้เหยื่อเป็นในการตกปลากระสูบนั้น จะเป็นเหยื่อเป็นโดยทั่วๆ ไปครับ กุ้ง ลูกปลาตัวเล็กๆ เป็นต้น วิธีการตกใช้ลักษณะการตกแบบหน้าดิน
File:Rapala lures 7.jpg
แหล่งตกปลากระสูบที่นิยม
  • แม่น้ำแคว (กาญจนบุรี)
  • เขื่อนแก่งกระจาน (เพชรบุรี)
  • อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ (ปราจีนบุรี)
  • เขื่อนศรีนครินทร์
วิธีการตกปลากระสูบ
 เมื่อ อุปกรณ์พร้อม  เรามาดูกันว่าเราจะทำอย่างไร ตกปลาที่ไหนถึงจะมีโอกาสได้ตัวใต้น้ำกัน อย่างที่บอกไปแล้วนะครับปลากระสูบเป็นปลาล่าเหยื่อซึ่งจะไล่ลูกปลา โดยปลากระสูบเองมักจะไล่เหยื่อจากใต้น้ำ เราเลยขอแนะนำการตกปลากระสูบแบบง่าย ๆ  คือการปล่อยเหยื่อลงไปให้ถึงพื้นเลยนะครับ จะปล่อยลงไปตรง ๆ ก็ได้  เมื่อตีเหยื่อออกไปแล้วให้เราทนรอ ให้เหยื่อจมลงไปในน้ำสักระดับหนึ่ง จากนั้นก็ให้ลากเหยื่อมาด้วยความเร็ว ถ้าบริเวณนั้นมีปลากระสูบอยู่ละก็บอกได้เลยครับว่าโอกาสมีสูง แล้วถ้าที่หมายนั้นมีปลากระสูบไล่ลูกปลาอยู่แล้วละก็ให้เราตีเหยื่อได้เลย บริเวณที่ปลากระสูบกำลังไล่เหยื่อ จากนั้นรอให้เหยื่อจมแล้วลากกลับมาครับ  แบบนี้จะมีโอกาสสูงขึ้นไปอีกเพราะเป็นเวลาที่ปลากระสูบตื่นตัวทำให้ปลา กระสูบมาไล่เหยื่อเราแล้วก็ฮุบเหยื่อในที่สุด
การตกปลากระสูบตกได้หลายแบบ แยกได้มี 2 แบบดังนี้คือ
1. กระสูบน้ำไหล นิยมกินเหยื่อผิวน้ำเป็นหลักครับแนะนำให้ใช้เหยื่อผิวน้ำ
2. กระสูบน้ำนิ่ง นิยมใช้เหยื่อดำน้ำ รับรองมีตัวเป็นได้แน่นอน
 อื่นๆ : ปลากระสูบขีดมีชื่อเรียกทางภาษาอีสานว่า “สูบ”, “สูด”, “สิก” หรือ “ขม” เป็นต้น

เมนูปลากระสูบ :
 ปลากระสูบเป็นปลาวงศ์ตระกูลเดียวกับปลาตะเพียร ซึ่งจะมีก้างระหว่างลำตัวเยอะ ในการนำมาปรุงอาหาร ส่วนใหญ่จะทำการบั้งตลอดแนวตัวปลาเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน


ปลาสลาด (Grey featherback)

ปลาสลาด (ปลาฉลาด, ปลาตอง, ปลาหางแพน, ปลาวางอ่อน)  เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปร่างคล้ายปลากรายแต่มีขนาดเล็กกว่า ไม่มีจุดสีดำที่ครีบก้น ลำตัวมีสีขาวปนเทา ครีบหลังและครีบอกมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบท้องมีขนาดเล็กมาก ครีบก้นและครีบหางเชื่อมติดกันเป็นแผ่นเดียว โดยทั่วไปมีขนาดความยาว 15 – 20 เซนติเมตร ขนาดใหญ่สุดเท่าเคยพบมีความยาวถึง 30 เซนติเมตร ปลาสลาดเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง และนิยมนำเนื้อไปทำทอดมันแทนเนื้อปลากรายซึ่งมีราคาแพงกว่าได้ นอกจากนี้ยังแปรรูปเป็นอาหารอื่น ๆ ได้อีก เช่น ลูกชิ้นสับนก หรือรมควัน เป็นต้น และยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีก โดยเฉพาะปลาที่กลายสีเป็นสีเผือก

อาหารตามธรรมชาติ
อาหารได้แก่ ลูกปลา ลูกกุ้ง ลูกปลา สัตว์น้ำขนาดเล็ก
พฤติกรรม, อุปนิสัย
ขี้อาย ตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ และหลบพักตามตอไม้หรือซอกหิน ไม่ชอบแสงสว่างมาก ออกหากินในเวลากลางคืน โดยชอบผุดขึ้นมาฮุบอากาศทำเสียงที่ผิวน้ำและม้วนตัวกลับให้เห็นด้านข้างขาว คล้ายสีเงิน
หมายตกปลาสลาด
พบในแม่น้ำคลองทั่วไปของทุกภาคของไทย  อ่างเก็บน้ำทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย
เทคนิคการตกปลาสลาด
-เนื่องจากนิสัยการกินอาหารของปลาสลาดนั้นจะเป็นการพุ่งชาร์จเหยื่อใต้น้ำ หน้าดิน ดังนั้นการตกปลาสลาดที่ดีที่สุดต้องมีการคำนวณถึงความลึกของน้ำ โดยเหยื่อที่อยู่ใต้น้ำจะต้องลอยอยู่ห่างจากพื้นดินใต้น้ำราวๆ 1-3 ศอก โดยการใช้ทุ่นเป็นตัวกำหนดให้เหยื่อยลอยอยู่บริเวณหน้าดินใต้น้ำ (ลักษณะจะต้องไม่กองอยู่กับพื้นใต้น้ำ) นอกจากทุ่นจะเป็นตัวกำหนดระดับความลึกแล้ว ยังทำหน้าที่ทำให้เหยื่อดูเหมือนมีชีวิตอีกด้วย
-ตกแบบการหยกเบ็ด(คือการดึงเบ็ดขึ้นลงให้เหยื่อถึงพื้นดินนะ ปลามันถึงจะกินเบ็ดเร็วดีกว่าวางไว้เฉยๆ) ให้ดูตรงที่มันขึ้นบ่อยๆจากนั้นก็ตกเลย ปลามันอยู่ตรงนั้นแหละครับ
เหยื่อตกปลาสลาด
กุ้งฝอย, ใส้เดือนแดงๆตัวเล็ก(จะหาได้ง่าย) ,ปลาซิว,ไส้ปี,อ้ายโม่งหรือลูกแมลงปอเด็ดสุดปลาสลาดเห็นแล้วเหมือนโดนเสนห์ยาแฝด แต่หายากต้องหาตอนหน้าร้อนเท่านั้น
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตกปลาสลาด
คันเบ็ด : คันเบ็ด 6-8 ฟุต ต้องปลายอ่อนเท่านั้น
รอกตกปลา : รอกสปิ่นนิ่ง หรือ เบทส์ ตามความถนัด
สาย : 10-15 ปอนด์ พร้อมทุ่นลอยน้ำ
ชุดขอเบ็ด : เบ็ดเดี่ยว (เบ็ดตัวเดียว)


วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลาเปคู


ปลาเปคู หรือ ปลาคู้ หรือที่นิยมเรียกกันในเชิงการเกษตรว่า ปลาจาระเม็ดน้ำจืด  ปลาเปคูเป็นปลาต่างถิ่นจากแม่น้ำอเมซอน มีฟันที่แข็งแรงและแหลมคม ถูกนำเข้ามาเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่ไม่เป็นที่นิยม หลังจากมีการนำมาปล่อย ปลาชนิดนี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ทุกสภาพน้ำและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และกินอาหารทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์  ปลาเปคูนั้นจะมีรูปร่างคล้ายปลาปิรีนยาแต่ตัวโตกว่า โดยอาจยาวได้ถึง 80-110 เซนติเมตร และหนักได้เกือบ 40 กิโลกรัม ข้อแตกต่างของปลาเปคูกับปลาปิรันยาคือ และมีพฤติกรรมที่ต่างกัน คือ ปลาปิรันยาจะกินแต่เนื้อเพียงอย่างเดียวแต่ปลาเปคูจะกินได้ทั้งพืชและสัตว์  ฟันและกรามล่างจะไม่ยื่นยาวออกมาจนเห็นได้ชัด
ลักษณะนิสัย
นิสัยของปลาเปคู นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูง กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะพืชเช่นเมล็ดพืชหรือลูกไม้ที่ล่วงหล่นจากต้น โดยจะไปรอกินถึงบริเวณผิวน้ำเลยทีเดียว จัดเป็นปลากินไม่เลือกและไม่เลือกกิน ด้วยนิสัยที่กินไม่เลือกบางครั้งก็ไปกัดชาวบ้านบ้างจนได้รับฉายาว่า “ปลากัดไข่”
หมายตกปลาเปคู
สามารถพบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่พบได้ไม่มากนัก แนะนำทางเลือกสำหรับนักตกปลาหากจะตกปลาเปคูให้ไปตกตามบ่อตกปลา จะหาง่ายกว่าครับ
ปลาเปคู
เทคนิคตกปลาเปคู
สามารถตกได้ทั้งหน้าดิน และตีเหยื่อปลอม
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ
รอกตกปลา สามารถใช้ได้ทั้ง สปินนิ่ง และ เบทแคสติ้ง ที่รองรับแรงเบรคขนาด 10Kg ขึ้นไป (แนะนำ)
คันเบ็ดตกปลา ควรใช้คันบเบ็ดระดับกลาง หรือหนักไปทางเฮฟวี่ (Medium-Heavy)
สายเอ็นที่ใช้ 15-20 ปอนด์ และหน้าเบ็ดควรใช้ PE
เหยื่อตกปลาเปคู
ปลาเปคูเป็นปลาที่กินไม่เลือกกินได้ทุกอย่าง อะไรก็ตามที่ตกทับฝูงมัน มันกินหมด ให้ลองสังเกตุว่าเจ้าของบ่อเขาใช้เหยื่ออะไรเลี้ยงมัน แต่เหยื่อที่นิยมตกปลาเปคูนั้นได้แก่ ตับไก่ หัวใจไก่ ไส้เดือน ลูกปลา ปลาสด ปลาหมึกแห้ง ขนมปัง ไส้กรอก,ลูกชิ้น รำกับกล้วย กล้วยไข่สุกเกี่ยวเบ็ดทุ่นลอย  ไก่สด  หมู  เนื้อปลาสด เหยื่อปลอม จิ๊ก ป๊อบเปอร์ ฯลฯ

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลาชะโด (Giant Snake head )


ปลาชะโด เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ ตระกูลเดียวกันกับช่อน แต่มีขนาดใหญ่กว่าโดยมีขนาดโตเต็มที่ได้ถึง 1 เมตร หรือ 1.5 เมตร น้ำหนักถึง 20 กิโลกรัม มีรูปร่างลำตัวค่อนข้างกลมยาว พื้นลำตัวสีน้ำตาลอมเขียว มีลายประสีดำกระจายทั่วตัว ภายในปากมีฟันแหลมคม เมื่อยังเป็นปลาขนาดเล็กจะมีสีลำตัวเป็นสีน้ำตาลและมีแถบสีดำ, ส้ม และเหลืองพาดตามความยาวลำตัว 2 แถบ บริเวณหางสีแดงสด เมื่อเริ่มโตขึ้นมาสีและลายจะเริ่มจางหายไปกลายเป็นสีเขียวอมน้ำตาลคล้ายสี ของเปลือกหอยแมลงภู่แทนโดยการที่สีของปลาเปลี่ยนไปตามวัยนี้ ชะโดจึงมีชื่อเรียกต่างออกไปตามวัย เมื่อยังเป็นลูกปลาจะถูกเรียกว่า “ชะโด” หรือ “อ้ายป๊อก” เมื่อโตเต็มที่แล้วจะถูกเรียกว่า “แมลงภู่” ตามสีของลำตัว นอกจากจะเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลนี้แล้ว
ลักษณะนิสัย พฤติกรรมของปลาชะโด
ปลาชะโดเป็นปลาล่าเหยื่อ กินลูกปลาอื่นๆเป็นอาหาร เช่น ปลานิล  ลูกปลาช่อน  ปลาหมอใหญ่ฯ  หรือแม้ กระทั่งปลากระสูบ  ปลาชะโดนั้นจะเป็นปลาที่หวงถิ่นเป็นที่สุด  ไม่ชอบให้ใครมารบกวนหรือเข้ามาใกล้ลูกคลอกที่มันเฝ้าระวังอยู่ จะกัดและทำร้ายสัตว์ทุกชนิดที่ผ่านเข้ามาใกล้รังฟันของปลาชะโดค่อนข้างคม  และมีพลังในการกัดเหยื่อด้วยขากรรไกรที่มีแรงค่อนข้างมาก  กัดแล้วสะบัดสามารถทำให้เหยื่อขาดได้โดยที่เหยื่อปลานั้นยังไม่ตาย สักพักมักจะมีปลาชะโดตัวอื่นเข้ามาเฝ้าและกัดซ้ำ  หรือไม่ก้อก้อตัวเจ้าของเดิมมาว่ายวนอยุ่กับส่วนที่เหลือ   บางครั้งถ้าเราเห็นปลานิลถูกกัดลอยอยู่  ถ้าตีเหยื่อโฉบไปบริเวณนั้นก้อได้ตัวแทบทุกกรณี
ฤดูผสมพันธุ์
ปลาชะโดจะเริ่มจับคู่ขยายพันธ์ ในเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายน  ลักษณะการจับคู่จะพบมากตามป่าต้นไม้ชายน้ำ  หรือตามหลืบเขา  ป่ากก  ชายตลิ่งที่มีวัชพืชขึ้นรก  โดยมันจะทำการกัดหญ้าหรือต้นไม้ในบริเวณนั้นเพื่อทำรังและวางไข่  เราจึงเรียกชะโดช่วงนี้ว่า “ชะโดตีแปลง”  โดยปลาจะพวกเศษไม้ ใบไม้เล็กๆ ที่มันจะเอามากองรวมๆกันบนผิวน้ำแล้วมันก็จะดูแลไข่อยู่ใต้นั้น ในช่วงนี้ปลาชะโดจะมีนิสัยค่อนข้างดุร้าย โดยปลาตัวผู้จะเป็นผู้ดูแลไข่และลูกอ่อน มันจะไล่กัดแทบทุกอย่างที่มันคิดว่าจะเป็นอันตรายต่อลูกของมัน ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์ จึงมักมีผู้ถูกชะโดกัดทำร้ายบ่อย ๆ ในช่วงนี้(กัดคนจนใส้แตกมาแล้วก็มี)ลักษณะปลาชะโดแม่คลอก  สังเกตุง่าย  ลวดลายตัดกับสีลำตัวชัดเจนระหว่างส่วนท้องสีขาว  และลายพลาดลำตัวสีดำ  ส่วนใหญ่ปลาชะโดช่วงนี้จะดุและเข้าโจมตีหรือกินเหยื่อค่อนข้างง่ายกว่าตกนอก ช่วงฤดูวางไข่  แม่คลอก  จึงเป็นที่นิยมและชื่นชอบโปรดปรานกับนักตกปลาล่าเหยื่อกันค่อนข้างมาก  ซึ่งถ้าตกนอกฤดูกาลค่อนข้างจะได้ตัวยากและลำบากกว่าชะโดแม่ครอก ชะโดลูกครอก
ปลาชะโดตามธรรมชาติที่ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือวางใข่  สีสันของตัวปลาจะแตกต่างกับปลาชะโดแม่คลอกโดยสิ้นเชิง โดยสีสันจะไม่มีลายชัดเจน  แต่จะออกดำหรือออกม่วงเหมือนสีของหอยแมลงภู่  ไม่ว่าจะตกได้สักกี่ตัวต่อกี่ตัวก็จะมีสีสันคล้ายคลึงกัน หรือแม้กระทั่งชะโดวัยรุ่น สีก้อจะมีลายแต่ไม่ชัดเจนถึงขนาดดำตัดกับท้องสีขาว
ปลาชะโดได้รับความนิยมจากนักตกปลาเป็นอย่างมาก เพราะปลาชะโดนั้นตัวใหญ่ แรงกัด กระชากเยอะ ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งตกยาก เรียกว่าเก๋าประสบการณ์  การจะตกปลาชะโดให้ได้ตัวนอกฤดูผสมพันธุ์นั้นไม่ง่าย ต้องอาศัยทักษะหลายๆ ด้านเข้าด้วยกัน นักตกปลาเก๋าๆเจอชะโดเข้าไปต่างก็ยกธงขาวกันก็เยอะ แต่ด้วยความที่มันไม่ง่ายนี้จึงกลายเป็นสเน่ห์ของปลาชะโด ที่ทำให้นักตกปลาทั่วฟ้าเมืองไทยชื่นชอบ และใฝ่ฝันว่าจะตกปลาชะโดตัวใหญ่ๆให้ได้ แม้กระทั่งฝรั่งต่างชาติยังชอบเข้ามาตกปลาชะโดในเมืองไทย  การตกปลาชะโดให้ได้ตัวซักครั้งหนึ่งในชีวิต ถืือเป็นความประทับครั้งใหญ่เลยทีเดียว
หมายตกปลาชะโด แหล่งตกปลาชะโด
ปลาชะโดนั้นอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทย หาตกได้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ทุกภาค สถานที่ที่คนนิยมไปตกปลาชะโดนั้นมักจะเป็นเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำต่างๆ เนื่องจากชะโดที่เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำนั้นมักจะมีขนาดใหญ่  เช่น
- เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
- เขื่อนศรีนครินทร์หรือเขื่อนเจ้าเณร  อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี  
- เขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์  จังหวัดกาญจนบุรี 
- เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี
- เขื่อนแม่งัด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
- อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
- เขื่อนลำมูลบน อ.ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
- เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
- เขื่อนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
- เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
เทคนิคการตกปลาชะโดและสูตรเหยื่อการตกปลาชะโด จะมี 3 วิธีหลักๆ ดังนี้
1  การตีปลาสุ่มการตีปลาสุ่ม หมายถึงการตีเดาสุ่มไปเรื่อยๆ โดยที่เราเอง ก็ไม่รู้หรอกว่า ปลามันอยู่ไหน มันจะชาร์ทเหยื่อเมื่อไหร่ การตีปลาสุ่มด้วยนิยมใช้เหยื่อผิวน้ำ ได้แก่ กบกระโดด  กบใบพัด เหยื่อติดใบพัด หรือ เหยื่อที่มีลักษณะคล้ายๆกัน และมีเพียงตะขอ 2 ทาง อยู่ส่วนท้ายเท่านั้น (เหยื่อผิวน้ำ หมายถึง เหยื่อที่เวลาที่เราใช้งาน เหยื่อเหล่านี้จะสร้างแอ็คชั่นอยู่บนน้ำ เพื่อให้เป็นที่สนใจของปลาล่าเหยื่อ ถ้าเราไม่กรอมันกลับ มันก็อาจจะค่อยๆจมหายไปหรือลอยอยู่ แล้วแต่เหยื่อที่ผลิตออกมา) เมื่อจะตีปลาสุ่มให้เราตีเข้าหาจุดหมายที่คาดคะเนว่าน่าจะมีปลาดักรอล่าเหยื่ออยู่ โดยส่วนมากปลาชะโดแล้วจะอยู่ชิดติดกับตอไม้ พงหญ้า ขอบตลิ่ง ต่างๆเหล่านี้เราเรียกว่า อุปสรรคหรือสวะ เทคนิคคือเวลาที่ตีเหยื่ออกไป เมื่อเหยื่อถึงจุดหมาย หยุดเหยื่อให้ตกกระทบกับผิวน้ำแล้ว มี 2 ทางเลือก
1.กรอกลับทันที เหยื่อกระทบผิวน้ำ แป๊ะ!! กรอกลับอย่างเร็ว ในช่วง 1 วินาทีแรก แล้วผ่อนให้ช้าลงนิดหน่อยหลังจากนั้น ในหลายช่วง หลายจังหวะ การลากเหยื่อ อาจเพิ่มแอ็คชั่นให้กับเหยื่อ โดยการเจิร์คบ้าง Jerk ก็คือ การสบัดปลายคันเบ็ดขึ้นๆลงๆ เพื่อให้เกิดแรงกระชากตรงตัวเหยื่อ ผันแปร ไม่สมำเสมอ
2.หยุดเหยื่ออยู่ตรงนั้น แล้วค่อยๆ เจิร์คตวัดปลายคัน ให้หัวเหยื่อคะมำขึ้นๆลงๆ ค่อยๆขยับมาเรื่อยในช่วง 1-3 วินาทีแรก แล้วค่อยกรอกลับ เทคนิคนี้ จะใช้ได้กับพวกเหยื่อที่ไม่จมน้ำครับ การตีสุ่มเข้าไปในพื้นที่นี้ที่มีสวะนั้น  ตัวเบ็ดของเหยื่อจะไปเกาะเกี่ยวอุปสรรคต่างๆได้ง่ายๆ นักตกปลาก็จะแก้ปัญหานี้เสริมตัวกันสวะเข้าไปที่ตัวเบ็ดเพื่อให้ปัญหาตัวเบ็ดไปเกาะเกี่ยวอุปสรรคหรือสวะลดน้อยลงไป ข้อดีหลักๆของเหยื่อประเภทนี้ตีปลาสุ่มก็คือโอกาสติดสวะหรืออุปสรรคมีน้อย และเวลาที่ปลาฮุบเหยื่อแล้วโอกาสได้ปลา ก็มีสูง
เหยื่อตกปลาชะโดอื่นๆ เช่น เหยื่อสดต่างฯเป็นเหยื่อเช่น ใส้สารพัด  ใส้ปลาทู หมักเลือด   ตับไก่สด  ปลาแร่สด อาจจะมีการอ่อยเลือดเพิ่มด้วยก้อได้,  ลูกปลาเป็นๆ  ซี่งมีหลากหลายประเภท อีกเหมือนกัน เช่น ลูกปลาคาร์ป  ปลาดุก ปลาตะเพียน  ปลาไหล  ปลานิล ( บางกรณีพวกปลาหนัง  เช่นปลาดุก  กับปลาไหล  อาจจะมีการใช้มีดกรีดกรีด  ข้างฯตัวปลา  เพื่อให้มีเลือดไหลออกมาอีก  เพื่อเรียกปลา
2 ตีปลาจิบหรือตีชะโดจิบ
การตีปลาจิบก็คือการเฝ้ามอง จุดๆหนึ่ง ที่ชะโดลอยตัว ขึ้นมาจิบอากาศเหนือผิวน้ำ ก่อนทีจะม้วนตัวดำดิ่งลงสู่พื้นล่าง สิ่งที่เกิดจากการจิบอากาศคือวงกระเพื่อมเป็นวงกลมของผิวน้ำ ทำให้นักตกปลารับรู้ถึงจุดที่ปลาอยู่ การตีปลาจิบนั้นนิยมใช้เหยื่อดำน้ำ จริงๆแล้วการตีปลาจิบใช่ว่าจะใช้เหยื่อผิวน้ำไม่ได้ ใช้ได้เหมือนกันแล้วแต่สถานที่ บางเขื่อน บางอ่าง ใช้เหยื่อผิวน้ำ ตีปลาจิบ มันไม่ชายตาแลเลย ก็ต้องเป็นงานของเหยื่อดำครับ ดำตื้นสังเกตได้จากลิ้นที่ปากเหยื่อจะสั้นๆ ดำลึกสังเกตได้จากลิ้นที่ปากเหยื่อจะค่อนข้างยาว เมื่อไหร่ต้องใช้ดำลึก? เมื่อไหร่ต้องใช้ดำตื้น? ก็ง่ายๆครับ ถ้าน้ำตื้นก็ใช้ดำตื้น  ตัวดำตื้นนี้ใช้ตีปลาจิบ ใกล้ๆฝั่งได้ครับ ส่วนดำลึกก็ใช้ตีปลาจิบบริเวณน้ำลึกครับ เทคนิคคือ ให้สังเกตุบริเวณที่ปลาชะโดขึ้นจิบน้ำบ่อยๆ ตีเบ็ดลงไปที่บริเวณนั้นให้มีเสียงดัง ยิ่ง POP น้ำเสียงดังเท่าไหร่ยิ่งดีครับ เพราะในบางครังถ้า เพราะโดยปกติแล้วนั้นถ้าปลาชะโดไม่หิว มันก็จะไม่กินเหยื่อนะครับ แต่เราตีเหยื่อลงไปบริเวณที่เป็นถิ่นของมัน และส่งเสียงรบกวนตลอดเวลา ปลาชะโดจะทำการขับไล่ โดยการไล่งับ ทันทีครับ
3 ตีปลาแม่ครอกหรือตีชะโดแม่คลอก
ปลาครอกหรือชะโดแม่คลอก คือพ่อแม่ปลาชะโดที่กำลังเลี้ยงลูกอ่อนหรือลูกตัวแดงๆ  ซึ่งเป็นฤดูผสมพันธ์ของปลาชะโด ซึ่งในช่วงนี้ปลาชะโดช่วงนี้จะมีนิสัยดุร้ายมาก จะกัดและทำร้ายสัตว์ทุกชนิดที่ผ่านเข้ามาใกล้รัง ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์ จึงมักมีผู้ถูกชะโดกัดทำร้ายบ่อย ๆ (ชะโดกัดคนจนใส้แตกก็มี) ซึ่งฤดูผสมพันธุ์ของปลาชะโดจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม-กันยายน
(แนะนำว่าเราไม่ควรจะตกปลาชะโดครอกในช่วงถฤูผสมพนธุ์นะครับ เพราะลูกอ่อนของปลาชะโดนั้น หากไม่มีแม่ปลาคอยดูแลก็จะไม่รอด เพราะศัตรูตามธรรมชาติของลูกปลาชะโดนั้นมีมากมาย เราจึงควรช่วยกันตกปลาอย่างอนุรักษ์สักหน่อยนะครับ จะได้มีปลาไว้ตกกันนานๆ)
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ
คันเบ็ดควรเป็นคันที่มีเวทที่ค่อนข้างกลาง-ใหญ่นะครับ โดยส่วนมากมักใช้เวทประมาณ20-40 LB และรอกควรเป็นรอกที่มีกำลังเบรคสูงๆ และ มีความลื่นค่อนข้างมาก เพื่อให้เราสามารถส่งเหยื่อออกไปให้ถึงจุดที่ปลาขึ้นจิบได้
สายที่ ใช้ ควรทนทานหน่อยนะครับ หากใช้สายเอ็น ก็ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพทนแรงดึงกระชากได้ดี หากเลือกเป็นสายPE ก็สามารถใส่ได้ถึง PE3-6 กันเรย  แต่หากเรามีชุดขนาดกลางๆอยู่แล้ว ก็สามารถช้งานได้นะครับ แต่เพียงคุณจัดชุด รอก คัน สาย ให้มีความแหมาะสมกัน ก็เพียงพอแล้วครับ หากปลาใหญ่เข้าฉวย ก็ไม่ต้องกลัวครับ ค่อยๆเล่นค่อยๆประคองไปครับ ใจเย็นๆเดี่ยวปลามันเหนื่อยมันก็ยอมเราเองแหล่ะครับ
เมนูอาหารที่ทำจากปลาชะโด
ปลาชะโดสามารถทำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลายหลายเช่นปลาทั่วไป เช่น ชะโดลวกจิ้ม,ชะโดผัดพริกแกง, ชะโดผัดพริกไทยดำ และอื่นๆอีกสารพัด

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีตกปลาหมอ


ตามสบายสำหรับคันเบ็ด ถ้าชิงหลิวก็มันดี แต่ถ้าผิดคิวเป็นช่อนตัวโตก็แห้วหละครับ และที่สำคัญมันผิดคิวประจำทุกวันซิทดลองมา 2-3เดือน ได้ช่อนตัวโตจากตกปลาหมอทุกครั้งเลย สายใช้ 8 ปอนด์พองัดขนาด7-8 ขีดได้ไหวครับ บัวเบ็ด ขนาด 5-6 พอครับ บีบเงี่ยงด้วยกันไว้ก่อนครับ เดี๋ยวเกี่ยวมือลูกเอาปลาหลุดตกใหม่ได้ครับ ตะกั่วฟิวล์เบอร์ 14-15 ดีกว่าครับ อย่าลืมถังใบใหญ่ๆ กับผ้าจับปลา และคีมปลดเบ็ด พลาสเตอร์ 2-3 แผ่นครับ

ตกปลาหมอข้างทาง
อ่อยก่อนล่วงหน้า2 วันใช้รำผสมหัวเชื้อน้ำปลาร้ากับเหล้านิดหน่อยคลุกแห้งนวดปั้นเท่าลูกส้มเขียวหวาน อ่อยหมายละลูกครับเตรียมซัก 10 ลูกหมด 1 วันพอดี ครับ แล้วก็ซื้อตัวเหยื่อจริง หากระป๋องสูงๆกันโดดหนีมีฝาปิดหน่อย
ตกปลาหมอข้างทาง

วันตก..ก็เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมรบก่อนค่อยหย่อนเบ็ด เพราะจะไม่มีเวลาทำอย่างอื่นซะงั้น

ตกปลาหมอข้างทาง

ทุ่นจมก็วัดลอยเลยครับ จับก็ระวังมือหน่อย ถ้าเผลอได้พึ่งพลาสเตอร์เชียว สังเกตุฟองใต้น้ำเสมอถ้าฟอดๆ ก็ใจเย็นปล่อยให้ลากไกลนิด ปลาช่อนมาแล้วครับ ถ้าเป็นเจ้าลายก็แนะนำให้หยุดตกสักครู่ก่อนมันไม่มีอะไรกินเดี๋ยวก็ไปเองครับ

เทคนิคการตกปลาสวาย แบบร้อยมาลัย



ใช้ขนมปังกระโหลก 2 แผ่น ต่อ1 ครั้ง แล้วใช้ขนมปัง 2แผ่น นั้นตัดออกเป็นสี่ครับ
ร้อยเข้าเอ็นไป 7 ชิ้นครับ อีก 1ชิ้นพับครึ่งเกี่ยวเย็บไปมา ให้แน่นๆบีบที่เดียวให้แบน แล้ว รวบทั้งหมดมาหุ้มตัวเบ็ดที่เกี่ยวแล้วให้บีบเบาๆอีกครั้งครับ อย่าปล่อยจนกว่าจะลงน้ำครับ


อย่าลืมแตะ หัวเชื้อกลิ่นแรงๆ เช่นนมแมว นมเนย แล้วขว้างไปเลยครับถ้ามีตัวต้องกินแน่ๆ หลีกเลี่ยงเจ้าฟาร์มเฮาส์นะครับเพราะเวลาที่ร้อยแล้ว ขนมปังหนักมากไม่ระเบิดออกเลย ครับ