วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลานวลจันทร์ (Small Scale Mud Carp)

ปลานวลจันทร์ มีชื่อเป็นภาษาอีสานว่า “พอน” และ “พรวน” ในภาษาเขมร และจัดเป็นปลาประจำจังหวัดสุรินทร์ เช่นเดียวกับปลาแกง (C. multitorella) ซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกันที่เป็นปลาประจำจังหวัดเลย อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน มีรูปร่างลำตัวเรียวยาวทรงกระบอก  ลำตัวค่อนข้างกลม  หัวโต ปากและตาเล็ก เกล็ดเล็ก  สีของ ลำตัวมีตั้งแต่สีส้มปนเทา จนถึงน้ำตาลปนสีขาวเงิน ท้องสีขาว ครีบหลัง ครีบหางเป็นสีน้ำตาลปนเทา มีขนาดความยาวประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร ปลาในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีหัวและลำตัวสีเงินอมเหลืองทอง ส่วนปลาในลุ่มแม่น้ำโขงจะ เป็นสีชมพู ครีบหลังยกสูง  ครีบหางเว้าลึก ครีบก้นเล็ก

ลักษณะนิสัย :
ปราดเปรียวว่องไว ไม่ค่อยอยู่นิ่ง อดทน เลี้ยงง่าย ชอบว่ายอยู่บริเวณพื้นน้ำ มักพบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ และหลบซ่อน ตัวอาศัยอยู่ตามรากไม้หรือโขดหิน    พบในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่อยุธยาจนถึงนครสวรรค์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชายแดนติดต่อแม่น้ำโขง เป็นปลาที่กินอาหารไม่เลือก กินได้ทั้งพืช กุ้ง แมลงและตัวอ่อนของแมลง

หมายตกปลา :
  • นวลจันทร์ฟิชชิ่งปาร์ค  บริการบ่อตกปลา สวนอาหาร คาราโอเกะ อุปกรณ์ตกปลา และเหยื่อตกปลาทุกชนิด เปิดบริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ค่าบริการ 100 บาทต่อวัน ติดต่อ นายไพบูลย์ โทร. 02-3607574  ข้อมูลเพิ่มเติม http://datasearch.fishdata.net/park/detail/34
  • เขื่อนแก่งกระจาน
  • เขื่อนศรีนครินทร์
  • อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั่วทุกพื้นของประเทศ
เทคนิคตกปลา :
 ปลานวลจันทร์ ส่วนมากตัวเบ็ดจะเกี่ยวจมูก  น้อย ครับที่จะเข้าไปในปาก พยายามหงายคมเบ็ดให้โผล่มาเยอะๆ ส่วนตัวผมแล้วเบ็ดที่ผมใช้ผูกกับตะกร้อ 2 ตัวบน และ 2 ตัวล่าง ให้สายยาวประมาณ 3 นิ้ว ทิ้งตัวเบ็ดตัวสุดท้ายจากตะกร้อ อีก 1 ตัว ยาวประมาณ 1 คีบนิ้วมือ

สูตรตกปลานวลจันทร์ :
ขนมปังป่นละเอียด (แนะนำไพริน) + รำร่อนละเอียด(หาซื้อยากครับ ให้ร่อนเอาเอง) ในอัตราส่วน 1:1
หลังจากปั้นเหยื่อแล้วแนะนำให้ใช้หัวเชื้อกลิ่นมะลิ หยดเล็กน้อย (เหยื่อหนึ่งกำปั้น ต่อ 1-2 หยด)
หยื่อปลานวลจันทร์ ที่ดีนั้นต้องมีกลิ่น และออกรสเปรี้ยวนำ โดยให้ทำการผสมเหยื่อตกปลาค้างคืนทิ้งไว้ 2-3 วัน ให้เริ่มมีราขึ้น ปลาชนิดนี้จะโปรดปรานเป็นพิเศษ

คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
ปลานวลจันทร์มีไซต์ไม่ใหญ่มากนัก คันเบ็ดและรอกโดยทั่วๆ ไปตามท้องตลาดสามารถนำมาใช้ตกปลาชนิดนี้ได้ เป็นอย่างดี ซึ่งโดยที่นิยมแล้วมักจะมีขนาด
  • คันเบ็ด 5-7 ฟุต คัน Light-Medium ไม่อ่อนไม่แข็งจนเกินไป
  • รอกสปินนิ่ง หรือ เบทคาสติ้ง ก็สามารถใช้ได้แล้วแต่ความถนัดของผู้ตก

ปลายี่สก (Seven-striped barb)


ปลายี่สก ปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในกลุ่มปลาเกล็ดขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของไทย มีหัวค่อนข้างโต มีหนวดสั้น 1 คู่ อยู่มุมปากบน ปากเล็กยืดหดได้ อยู่คล้อยลงมาใต้ส่วนหัว สีของลำตัวเหลือง มีแถบสีดำ 7 แถบ พาดไปตามความยาวของ ลำตัว แถบสีดำเหล่านี้จะพาดอยู่ระหว่างรอยต่อของเกล็ด ตาสีแดง ครีบทุกครีบสีชมพู จากหลายข้อมูลมีการประมาณไว้ว่า ปลายี่สกไทย เคยมีรายงานพบขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม แต่น่าเศร้าที่สถิติปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ มหึมาของสายพันธุ์นั้นๆ มักเป็นเรื่องราวในอดีต
ลักษณะนิสัย :
พบปลายี่สกอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ที่พื้นท้องน้ำมีกรวดทราย ระดับน้ำลึก 5-10 เมตร น้ำเย็นใสสะอาด จืดสนิทและเป็นบริเวณที่น้ำไหล วังน้ำกว้างและมีกระแสน้ำไหลวน ลูกปลาจะไปรวมกันอยู่เป็นฝูงตรงบริเวณที่เป็นอ่าวและเป็นพื้นโคลน หนาประมาณ 10-20 เซนติเมตร
พอถึงเดือนตุลาคม ปลาจะเริ่มว่ายทวนขึ้นไปเหนือน้ำเพื่อวางไข่ และจะกลับถิ่นเดิมในเดือนพฤษภาคมหรือพอน้ำเริ่มมีระดับสูงขึ้น ปลายี่สกจะพากันไปอาศัยตามห้วยวังที่มีน้ำลึก กระแสน้ำไหลคดเคี้ยว พื้นดินเป็นดินทรายและกรวดหิน เป็นท้องทุ่ง (คุ้ง) หรือวังน้ำที่กว้างใหญ่ใกล้เขาสงบ น้ำใสสะอาด ลึกตั้งแต่ 5-10 เมตร หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดมา การกินอาหารจะเป็นลักษณะดูดอาหารเข้าปาก โดยกินอยู่กับที่
หมายตกปลายี่สก :
  • เขื่อนแก่งกระจาน (อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี)
  • เขื่อนศรีนครินทร์ (อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี)
  • แม่น้ำแคว (จังหวัดกาญจนบุรี)
  • เขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศ
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
  • คันเบ็ด ควรใช้คันเบ็ดที่มีความยาวตั้งแต่ 5-8 ฟุต ขึ้นไป และควรเลือกใช้คันที่มีความยืดยุ่นระดับกลาง ไม่อ่อนและไม่แข็งเกินไป (Medium, Medium-Heavy) เนื่องจากปลาชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากใช้คันเบ็ดที่เล็กกว่านี้จะลำบากในการงัดปลาเข้าฝั่ง หรือสู้แรงปลาไม่ไหวทำให้ปลาพาสายไปติดกับสวะใต้น้ำเสียก่อน และเนื่องจากบริเวณปากปลาชนิดนี้ค่อนข้างที่จะอ่อน เปราะบาง ง่ายต่อการฉีกขาด หากใช้คันเบ็ดแข็งเกินไป ปากปลาจะฉีกซึ่งทำให้หลุดได้ง่าย
  • สาย สายที่ใช้อยู่ระหว่าง 15-20 ปอนด์ โดยที่ควรจะเลือกใช้สายที่มีสีสันกลมกลืนกับน้ำ ไม่สะดุดตา สายอ่อน ไม่กระด้าง ควรกลมกลืนกับน้ำให้ได้มากที่สุด
  • ขอเบ็ด ควรเลือกใช้เบ็ดเบอร์ 8-10 (แนะนำยี่ห้อ gamakatsu ) และควรเลือกใช้เบ็ดชุดในการตกปลาชนิดนี้ ในชุดประกอบไปด้วยตัวขอเบ็ด 3-5 หรือมากกว่า ตามความเหมาะสม ตะกร้อเหยื่อล่อ และเม็ดโฟม
  • รอก สำหรับรอกตกปลาชนิดนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง เบทส์ และ สปินนิ่ง
เหยื่อตกปลายี่สก :
เหยื่อตกปลายี่สก เหยื่อที่ดีนั้นจะต้องมีกลิ่นหืน ยิ่งมีกลิ่นหืนมายิ่งเป็นผลดี (ใกล้บูด) ได้ผลดีที่สุดคือเหยื่อผสมจากรำป่น ขนมปังป่น เป็นต้น (ผสมทิ้งไว้ค้างคืน เผื่อให้มีกลิ่นหืนตามต้องการ)
เทคนิคตกปลายี่สก :
  • เทคนิกการตกปลายี่สก ที่ได้ผลดีที่สุดจะเป็นการตกหน้าดิน (การตกปลาหน้าดิน หมายถึง การปล่อยเหยื่อให้อยู่ในบริเวณพื้นดินใต้พิวน้ำ อาจจะเป็นลักษณะกองกับพื้อน หรือลอยเหนือผืนดินใต้น้ำเล็กน้อย) โดยลักษณะเหยื่อที่อยู่ใต้น้ำนั้นจะละลาย และจะรวมกันอยู่เป็นกองๆ ซึ่งปลาชนิดจะกินเหยื่อยโดยการดูดอาหารเข้าปากเมื่อปลาดูดกองเหยื่อเข้าปาก ก็จะติดเบ็ดในทันที ในจังหวะนี้ต้องชิงจังหวะตวัดคันเบ็ดให้ทัน เพื่อให้ตัวเบ็ดฝากเข้าไปในปากปลามากขึ้น


ปลากราย (Spotted Featherback)


ปลากราย เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปร่างแปลกกว่าปลาอื่น คือ ลำตัวด้านข้างแบนมาก ท้องแบนเป็นสันมีหนามแหลมแข็งฝังอยู่เป็นคู่ ๆ จำนวนหลายคู่ จะงอยปากสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก ปากกว้างมาก มุมปากอยู่เลยขอบหลังลูกตา ฃในตัวเต็มวัยส่วนหน้าผากจะหักโค้ง ส่วนหลังจึงโก่งสูง มีฟันเล็กและแหลมอยู่บนขากรรไกรทั้งสองข้าง ในวัยอ่อนมีสีเป็นลายเสือคล้ายปลาสลาด แต่จะเปลี่ยนเป็นสีเทาเงิน และมีจุดดวงสีดำขอบสีขาวเรียงเป็นแถวที่ฐานครีบก้น จำนวน 3-200 จุด
ในวงการตกปลา ปลากรายจัดเป็นปลาเกมส์อีกชนิดหนึ่ง ที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชื่นชอบการตกปลาด้วยเหยื่อปลอม
พฤติกรรมปลากราย :
  • มักอาศัยในบริเวณที่มีกิ่งไม้ใต้น้ำหรือพืชน้ำค่อนข้างหนาแน่น อยู่เป็นฝูงเล็ก ปลากรายชอบผุดขึ้นมาทำเสียงที่ผิวน้ำแล้วม้วนตัวกลับให้เห็นข้างสีเงินขาว แมลงน้ำ ลูกกุ้ง ปลาผิวน้ำตัวเล็ก ๆ เช่น กระทุงเหว เสือ ซิว และสร้อย
ถิ่นอาศัย/หมายตกปลากราย :
  • เขื่อนแก่งกระจาน (อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี)
  • เขื่อนศรีนครินทร์ (อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี)
  • เขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศ
  • พบทั่วไปตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ทุกลุ่มแม่น้ำและแหล่งน้ำสำคัญใน ประเทศไทย
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
  • คันเบ็ด ควรใช้คันเบ็ดที่มีความยาวตั้งแต่ 5-8 ฟุต ขึ้นไป และควรเลือกใช้คันที่มีความยืดยุ่นระดับกลาง ค่อนข้างอ่อน (Light-Medium) เนื่องจากปลาชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากใช้คันเบ็ดที่เล็กกว่านี้จะลำบากในการงัดปลาเข้าฝั่ง หรือสู้แรงปลาไม่ไหวทำให้ปลาพาสายไปติดกับสวะใต้น้ำเสียก่อน และเนื่องจากบริเวณปากปลาชนิดนี้ค่อนข้างที่จะอ่อน เปราะบาง ง่ายต่อการฉีกขาด หากใช้คันเบ็ดแข็งเกินไป ปากปลาจะฉีกซึ่งทำให้หลุดได้ง่าย
  • สาย สายที่ใช้อยู่ระหว่าง 8-12 ปอนด์ โดยที่สายหน้า ควรจะเป็นสายลีดประมาณ 2 ศอก เนื่องจากครีบหน้าท้องของปลาชนิดนี้คมมาก สามารถตัดสายธรรมดาขาดได้ง่ายๆ ขณะที่สายตึง
  • ขอเบ็ด ควรเลือกใช้เบ็ดเบอร์ 7-9 สำหรับเหยื่อกุ้ง และ เบอร์ 6-7 สำหรับลูกปลาซิว ควรเลือกใช้เบ็ดเดี่ยวตกปลาชนิดนี้
  • รอก สำหรับรอกตกปลาชนิดนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง เบทส์ และ สปินนิ่ง
เหยื่อตกปลากราย :
  • กุ้ง
  • ปลาซิวปลาสร้อย
  • เหยื่อปลอมใต้น้ำ
เทคนิคการตกปลากราย :
เทคนิคการตกปลากราย มี 2 เทคนิคดังนี้
  • การตกปลากรายโดยใช้เหยื่อสด หากใช้เหยื่อสด ควรเว้นระยะห่างระหว่าง ตะกั่ว และปลายเบ็ด 1-2 ศอก เพื่อความพริ้วไหวของเหยื่อสด ซึ่งทำให้เป็นจุดสังเกตุให้เหยื่อเรามีความน่าสนใจมากขึ้น โดยการเกี่ยวเหยื่อให้เบามือระวังเหยื่อลาโลกไปซะก่อนปลากรายจะมากิน
  • การตกปลากรายโดยใช้เหยื่อปลอม ควรใช้เหยื่อปลอมขนาดไม่ใช่มาก และสะท้อนแสงได้ดีเมื่ออยู่ใต้น้ำ เหยื่อปลอมควรเป็นชนิดน้ำลึก
และเทคนิคพิเศษด้วยการใช้ทุ่น
  • การตกปลากรายโดยการใช้ทุ่น กรณีน้ำไม่ลึกมาก ให้ทำชุดปลายสายเหมือนกับตกหน้าดินแต่เอาตะกั่วออกแล้ว เพิ่มทุ่นลอยใบเล็กๆเข้าไปแทนเอาขนาดแค่พอพยุงเหยื่อได้ก้อพอ(ทุ่นใหญ่มากจะ ต้านน้ำ ปลาจะคายเหยื่อซะก่อน) ตั้งไลน์ลึกจากผิวน้ำประมาณ3ฟุต

ปลาช่อน ( Common Snakehead )

ปลาช่อน ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีส่วนหัวค่อนข้างโต รูปร่างทรงกระบอกยาว ครีบหางเรียวปลายมน ปากกว้าง ภายในปากมีฟันเขี้ยวบนเพดาน ลำตัวสีคล้ำอมมะกอกหรือน้ำตาลอ่อน มีลายเส้นทแยงสีคล้ำตลอดทั้งลำตัว 6-7 เส้น ด้านท้องสีจางตัดกับด้านบน ครีบสีคล้ำมีขอบสีเหลืองอ่อน ครีบท้องจาง มีขนาดลำตัวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ใหญ่สุดได้ถึง 1 เมตร

โดยปลาช่อน ชนิดนี้มีความพิเศษไปกว่าปลาช่อนชนิดอื่น ๆ คือ สามารถแถกไถตัวคืบคลานไปบนบกเพื่อหาที่อยู่ใหม่ได้ รวมทั้งสามารถหลบอยู่ใต้ดินในฤดูฝนแล้งเพื่อรอฝนมาได้เป็นแรมเดือน โดยสะสมพลังงานและไขมันไว้ ที่เรียกว่า “ปลาช่อนจำศีล“ พบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั่วประเทศไทย พบไปจนถึงเอเชียใต้, พม่าและอินโดนีเซีย นิยมนำมาบริโภค ปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายทั้งสดและตากแห้ง เป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจที่สำคัญจนอาจเรียกได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอันดับ หนึ่งเลี้ยงได้ทั้งในบ่อและกระชังตามริมแม่น้ำ นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย โดยเฉพาะตัวที่สีกลายเป็นสีเผือกหรือปลาที่พิการตัวสั้นกว่าปกติ
ปลาช่อนในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดสิงห์บุรี ขึ้นชื่อมาก ที่เรียกว่า “ปลาช่อนแม่ลา” มีประเพณีพื้นถิ่นคือเทศกาลกินปลา
ปลาช่อน มีชื่อเรียกตามภาษาถิ่นในแต่ละภาคว่า “หลิม” ในภาษาเหนือ “ค้อ” หรือ “ก๊วน” ในภาษาอีสาน เป็นต้น
พฤติกรรม ลักษณะนิสัย :
โดยพื้นฐานนิสัยของปลาช่อน จะเป็นปลาที่รักสันโดด เป็นปลาล่าเหยื่อที่ขี้ตระหนกตกใจมาก ไม่ดุร้าย ซึ่งในฤดูผสมพันธุ์ และช่วงวางไข่ หรือมีลูกอ่อน (ปลาช่อนลูกครอก) จะดุร้ายบ้าง ซึ่งจะเป็นการขับไล่ศัตรูของลูกครอกเท่านั้น ปลาช่อนเป็นปลาที่มีความอดทนสูงมาก ในการล่าเหยื่อ สามารถอดทนรอจนเหยื่อตายใจ เพราะฉะนั้นสำหรับ การตกปลาช่อน ทุกท่านต้องใจเย็นเป็นพิเศษ
หมายตกปลาช่อน :
ปลาช่อน เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งพบได้ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลองขนาดเล็ก รวมไปถึงแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ และเขื่อนขนาดใหญ่ สำหรับท่านที่ต้องการตกปลาช่อน  สามารถตกได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วๆ ไป หรือ หมายตกปลาช่อน หลักๆ ดังนี้
  • เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบูรณ์
  • เขื่อนศรีนครินทร์หรือเขื่อนเจ้าเณร อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 
  • เขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์  จังหวัดกาญจนบุรี
  • อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
  • เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี
  • เขื่อนลำมูลบน อ.ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
  • เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
  • เขื่อนแม่งัด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
  • เขื่อนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
  • เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  • อื่นๆ ตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วทุกภาคของไทย
เทคนิคการตกปลาช่อน :
การตกปลาช่อน ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน จะมีวิธีการตกปลาช่อนมี วิธี หลักๆ ดังนี้
  1. การตกปลาช่อนใต้น้ำ ซึ่งเป็นวิธีการตีเหยื่อปลอมใต้น้ำ ซึ่งจะมีระดับความลึกแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเหยื่อปลอมนั้นๆ เทคนิคในการตีเหยื่อปลอมเพื่อตกปลาช่อนนั้น ต้องใจเย็นเป็นพิเศษ ไม่ควรตีเหยื่อยซ้ำจุดเดิมบ่อยครั้งจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ปลาชนิดนี้รำคาญและว่ายหนีไป สิ่งที่พึงคำนึง ต้องคำนึงถึง Action ของเหยื่อปลอมใต้น้ำ ซึ่งจะต้องทำให้ดูเหมือนปลาจริงๆ ที่แหวกว่ายอยู่ ไม่ช้าและเร็วจนเกินไป
  2. กาตกปลาช่อนผิวน้ำ โดยส่วนมากจะใช้เหยื่อปลอมที่เรียกว่า Popper ที่มีรูปร่างทั้งกบ ปลา และรูปร่างเป็นแมลงที่น่าสนใจ
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
  • คันเบ็ด ควรเป็นคันที่มีเวทที่ค่อนข้างกลาง-ใหญ่นะครับ โดยส่วนมากมักใช้เวทประมาณ20-40 LB และรอกควรเป็นรอกที่มีกำลังเบรคสูงๆ และ มีความลื่นค่อนข้างมาก เพื่อให้เราสามารถส่งเหยื่อออกไปให้ถึงจุดที่ปลาขึ้นจิบได้
  • สายที่ ใช้ ควรทนทานหน่อยนะครับ หากใช้สายเอ็น ก็ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพทนแรงดึงกระชากได้ดี หากเลือกเป็นสายPE ก็สามารถใส่ได้ถึง PE3-6 กันเรย  แต่หากเรามีชุดขนาดกลางๆอยู่แล้ว ก็สามารถช้งานได้นะครับ แต่เพียงคุณจัดชุด รอก คัน สาย ให้มีความแหมาะสมกัน ก็เพียงพอแล้วครับ หากปลาใหญ่เข้าฉวย ก็ไม่ต้องกลัวครับ ค่อยๆเล่นค่อยๆประคองไปครับ ใจเย็นๆเดี่ยวปลามันเหนื่อยมันก็ยอมเราเองแหล่ะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลากระสูบ (Hampala barb)


เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายปลาตะเพียน แต่ด้านข้างลำตัวมีแถบขวางบริเวณใต้ครีบหลังลงมาถึงท้อง ในปลาขนาดเล็กมีแถบ 2 แถบที่กลางลำตัวและโคนหาง และมีแถบใต้ตาด้วย ครีบมีสีคล้ำแดงเรื่อ ขอบบนและขอบล่างของครีบหางมีแถบสีคล้ำ มีขนาดใหญ่กว่าปลากระสูบจุดซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกัน คือ สามารถยาวได้ถึง 30 เซนติเมตร หรือ 70 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่เต็มที่ พบมากในแม่น้ำโขง และพบบ้างในแม่น้ำเจ้าพระยา ปลากระสูบเป็นปลากินเนื้อ จัดเป็นปลานักล่าชนิดหนึ่ง มักไล่จับปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาซิว ปลาวัยอ่อน รวมถึงแมลงน้ำต่าง ๆ ในแม่น้ำและหนองบึงต่างๆ เป็นที่นิยมของนักตกปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นโดยใช้เหยื่อปลอม บริโภคด้วยการปรุงสด หรือทำปลาร้า ปลาส้ม เป็นต้น และยังเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้อีกด้วย
เป็นปลาที่ว่องไว ปราดเปรียวและตื่นตกใจง่าย โดยทั่วไปมีนิสัยก้าวร้าวไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงรวมกับชนิดอื่นเพราะแม้แต่พวกเดียวกันเอง ถ้ามีขนาดแตกต่างกันหากนำมาเลี้ยงรวมกันจะกัดกันเอง สำหรับการสืบพันธุ์ไม่ปรากฏในรายงาน
สำหรับชนิดของปลากระสูบที่พบในประเทศมีด้วยกันดังต่อไปนี้ครับ
1. กระสูบขีด
2. กรสูบจุด
3. กระสูบพม่า

คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ :
  • คันเบ็ดและรอก ใช้ได้ทั้งชุดสปินนิ่งและเบทคาสติ้ง เลือกใช้ได้ตามความถนัด ซึ่งควรจะเป็นรอกและคันเบ็ดที่มีน้ำหนักเบา และกระทัดรัด สามารถตีเหยื่อในมุมแคบๆ ได้
  • สายเอ็น เลือกใช้ได้ตั้งแต่ 8 – 16 ปอนด์ก็เพียงพอ ลีดเดอร์ ใช้สายเอ็นไนลอนธรรมดาขนาดใหญ่กว่า สายเอ็น 1 – 2 เท่า หรือไม่ใช้ก็ได้ครับ
เหยื่อตกปลากระสูบ :
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้
  • เหยื่อปลอม การใช้เหยื่อปลอมในการตกปลากระสูบจะสามารถใช้ได้ทุกชนิด ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของหมายตกปลากระสูบครับ หากตกปลากระสูบน้ำไหล กระสูบจะโปรดปราเหยื่อผิวน้ำเป็นพิเศษ เช่น ป๊อบเปอร์ กบกระโดด เป็นต้น สำหรับตกปลากระสูบน้ำนิ่ง เช่นเขื่อน หรือแม่น้ำขนาดใหญ่ เหยื่อปลอมดำน้ำจะใช้ได้ดีกว่า
  • เหยื่อเป็น การใช้เหยื่อเป็นในการตกปลากระสูบนั้น จะเป็นเหยื่อเป็นโดยทั่วๆ ไปครับ กุ้ง ลูกปลาตัวเล็กๆ เป็นต้น วิธีการตกใช้ลักษณะการตกแบบหน้าดิน
File:Rapala lures 7.jpg
แหล่งตกปลากระสูบที่นิยม
  • แม่น้ำแคว (กาญจนบุรี)
  • เขื่อนแก่งกระจาน (เพชรบุรี)
  • อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ (ปราจีนบุรี)
  • เขื่อนศรีนครินทร์
วิธีการตกปลากระสูบ
 เมื่อ อุปกรณ์พร้อม  เรามาดูกันว่าเราจะทำอย่างไร ตกปลาที่ไหนถึงจะมีโอกาสได้ตัวใต้น้ำกัน อย่างที่บอกไปแล้วนะครับปลากระสูบเป็นปลาล่าเหยื่อซึ่งจะไล่ลูกปลา โดยปลากระสูบเองมักจะไล่เหยื่อจากใต้น้ำ เราเลยขอแนะนำการตกปลากระสูบแบบง่าย ๆ  คือการปล่อยเหยื่อลงไปให้ถึงพื้นเลยนะครับ จะปล่อยลงไปตรง ๆ ก็ได้  เมื่อตีเหยื่อออกไปแล้วให้เราทนรอ ให้เหยื่อจมลงไปในน้ำสักระดับหนึ่ง จากนั้นก็ให้ลากเหยื่อมาด้วยความเร็ว ถ้าบริเวณนั้นมีปลากระสูบอยู่ละก็บอกได้เลยครับว่าโอกาสมีสูง แล้วถ้าที่หมายนั้นมีปลากระสูบไล่ลูกปลาอยู่แล้วละก็ให้เราตีเหยื่อได้เลย บริเวณที่ปลากระสูบกำลังไล่เหยื่อ จากนั้นรอให้เหยื่อจมแล้วลากกลับมาครับ  แบบนี้จะมีโอกาสสูงขึ้นไปอีกเพราะเป็นเวลาที่ปลากระสูบตื่นตัวทำให้ปลา กระสูบมาไล่เหยื่อเราแล้วก็ฮุบเหยื่อในที่สุด
การตกปลากระสูบตกได้หลายแบบ แยกได้มี 2 แบบดังนี้คือ
1. กระสูบน้ำไหล นิยมกินเหยื่อผิวน้ำเป็นหลักครับแนะนำให้ใช้เหยื่อผิวน้ำ
2. กระสูบน้ำนิ่ง นิยมใช้เหยื่อดำน้ำ รับรองมีตัวเป็นได้แน่นอน
 อื่นๆ : ปลากระสูบขีดมีชื่อเรียกทางภาษาอีสานว่า “สูบ”, “สูด”, “สิก” หรือ “ขม” เป็นต้น

เมนูปลากระสูบ :
 ปลากระสูบเป็นปลาวงศ์ตระกูลเดียวกับปลาตะเพียร ซึ่งจะมีก้างระหว่างลำตัวเยอะ ในการนำมาปรุงอาหาร ส่วนใหญ่จะทำการบั้งตลอดแนวตัวปลาเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน


ปลาสลาด (Grey featherback)

ปลาสลาด (ปลาฉลาด, ปลาตอง, ปลาหางแพน, ปลาวางอ่อน)  เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปร่างคล้ายปลากรายแต่มีขนาดเล็กกว่า ไม่มีจุดสีดำที่ครีบก้น ลำตัวมีสีขาวปนเทา ครีบหลังและครีบอกมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบท้องมีขนาดเล็กมาก ครีบก้นและครีบหางเชื่อมติดกันเป็นแผ่นเดียว โดยทั่วไปมีขนาดความยาว 15 – 20 เซนติเมตร ขนาดใหญ่สุดเท่าเคยพบมีความยาวถึง 30 เซนติเมตร ปลาสลาดเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง และนิยมนำเนื้อไปทำทอดมันแทนเนื้อปลากรายซึ่งมีราคาแพงกว่าได้ นอกจากนี้ยังแปรรูปเป็นอาหารอื่น ๆ ได้อีก เช่น ลูกชิ้นสับนก หรือรมควัน เป็นต้น และยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีก โดยเฉพาะปลาที่กลายสีเป็นสีเผือก

อาหารตามธรรมชาติ
อาหารได้แก่ ลูกปลา ลูกกุ้ง ลูกปลา สัตว์น้ำขนาดเล็ก
พฤติกรรม, อุปนิสัย
ขี้อาย ตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ และหลบพักตามตอไม้หรือซอกหิน ไม่ชอบแสงสว่างมาก ออกหากินในเวลากลางคืน โดยชอบผุดขึ้นมาฮุบอากาศทำเสียงที่ผิวน้ำและม้วนตัวกลับให้เห็นด้านข้างขาว คล้ายสีเงิน
หมายตกปลาสลาด
พบในแม่น้ำคลองทั่วไปของทุกภาคของไทย  อ่างเก็บน้ำทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย
ทคนิคการตกปลาสลาด
-เนื่องจากนิสัยการกินอาหารของปลาสลาดนั้นจะเป็นการพุ่งชาร์จเหยื่อใต้น้ำ หน้าดิน ดังนั้นการตกปลาสลาดที่ดีที่สุดต้องมีการคำนวณถึงความลึกของน้ำ โดยเหยื่อที่อยู่ใต้น้ำจะต้องลอยอยู่ห่างจากพื้นดินใต้น้ำราวๆ 1-3 ศอก โดยการใช้ทุ่นเป็นตัวกำหนดให้เหยื่อยลอยอยู่บริเวณหน้าดินใต้น้ำ (ลักษณะจะต้องไม่กองอยู่กับพื้นใต้น้ำ) นอกจากทุ่นจะเป็นตัวกำหนดระดับความลึกแล้ว ยังทำหน้าที่ทำให้เหยื่อดูเหมือนมีชีวิตอีกด้วย
-ตกแบบการหยกเบ็ด(คือการดึงเบ็ดขึ้นลงให้เหยื่อถึงพื้นดินนะ ปลามันถึงจะกินเบ็ดเร็วดีกว่าวางไว้เฉยๆ) ให้ดูตรงที่มันขึ้นบ่อยๆจากนั้นก็ตกเลย ปลามันอยู่ตรงนั้นแหละครับ
เหยื่อตกปลาสลาด
กุ้งฝอย, ใส้เดือนแดงๆตัวเล็ก(จะหาได้ง่าย) ,ปลาซิว,ไส้ปี,อ้ายโม่งหรือลูกแมลงปอเด็ดสุดปลาสลาดเห็นแล้วเหมือนโดนเสนห์ยาแฝด แต่หายากต้องหาตอนหน้าร้อนเท่านั้น
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตกปลาสลาด
คันเบ็ด : คันเบ็ด 6-8 ฟุต ต้องปลายอ่อนเท่านั้น
รอกตกปลา : รอกสปิ่นนิ่ง หรือ เบทส์ ตามความถนัด
สาย : 10-15 ปอนด์ พร้อมทุ่นลอยน้ำ
ชุดขอเบ็ด : เบ็ดเดี่ยว (เบ็ดตัวเดียว)


วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปลาเปคู


ปลาเปคู หรือ ปลาคู้ หรือที่นิยมเรียกกันในเชิงการเกษตรว่า ปลาจาระเม็ดน้ำจืด  ปลาเปคูเป็นปลาต่างถิ่นจากแม่น้ำอเมซอน มีฟันที่แข็งแรงและแหลมคม ถูกนำเข้ามาเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่ไม่เป็นที่นิยม หลังจากมีการนำมาปล่อย ปลาชนิดนี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ทุกสภาพน้ำและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และกินอาหารทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์  ปลาเปคูนั้นจะมีรูปร่างคล้ายปลาปิรีนยาแต่ตัวโตกว่า โดยอาจยาวได้ถึง 80-110 เซนติเมตร และหนักได้เกือบ 40 กิโลกรัม ข้อแตกต่างของปลาเปคูกับปลาปิรันยาคือ และมีพฤติกรรมที่ต่างกัน คือ ปลาปิรันยาจะกินแต่เนื้อเพียงอย่างเดียวแต่ปลาเปคูจะกินได้ทั้งพืชและสัตว์  ฟันและกรามล่างจะไม่ยื่นยาวออกมาจนเห็นได้ชัด
ลักษณะนิสัย
นิสัยของปลาเปคู นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูง กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะพืชเช่นเมล็ดพืชหรือลูกไม้ที่ล่วงหล่นจากต้น โดยจะไปรอกินถึงบริเวณผิวน้ำเลยทีเดียว จัดเป็นปลากินไม่เลือกและไม่เลือกกิน ด้วยนิสัยที่กินไม่เลือกบางครั้งก็ไปกัดชาวบ้านบ้างจนได้รับฉายาว่า “ปลากัดไข่”
หมายตกปลาเปคู
สามารถพบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่พบได้ไม่มากนัก แนะนำทางเลือกสำหรับนักตกปลาหากจะตกปลาเปคูให้ไปตกตามบ่อตกปลา จะหาง่ายกว่าครับ
ปลาเปคู
เทคนิคตกปลาเปคู
สามารถตกได้ทั้งหน้าดิน และตีเหยื่อปลอม
คันเบ็ดและรอกที่แนะนำ
รอกตกปลา สามารถใช้ได้ทั้ง สปินนิ่ง และ เบทแคสติ้ง ที่รองรับแรงเบรคขนาด 10Kg ขึ้นไป (แนะนำ)
คันเบ็ดตกปลา ควรใช้คันบเบ็ดระดับกลาง หรือหนักไปทางเฮฟวี่ (Medium-Heavy)
สายเอ็นที่ใช้ 15-20 ปอนด์ และหน้าเบ็ดควรใช้ PE
เหยื่อตกปลาเปคู
ปลาเปคูเป็นปลาที่กินไม่เลือกกินได้ทุกอย่าง อะไรก็ตามที่ตกทับฝูงมัน มันกินหมด ให้ลองสังเกตุว่าเจ้าของบ่อเขาใช้เหยื่ออะไรเลี้ยงมัน แต่เหยื่อที่นิยมตกปลาเปคูนั้นได้แก่ ตับไก่ หัวใจไก่ ไส้เดือน ลูกปลา ปลาสด ปลาหมึกแห้ง ขนมปัง ไส้กรอก,ลูกชิ้น รำกับกล้วย กล้วยไข่สุกเกี่ยวเบ็ดทุ่นลอย  ไก่สด  หมู  เนื้อปลาสด เหยื่อปลอม จิ๊ก ป๊อบเปอร์ ฯลฯ